ในช่วงปลายปีหรือฤดูหนาวของเมืองไทย หลายพื้นที่มีสภาพอากาศเย็นลงอย่างชัดเจน โดยเฉพาะตอนกลางคืน—ช่วงที่อากาศลดลงเร็วและแรงที่สุด ผู้ใช้รถหลายคนอาจเริ่มสังเกตว่า ยางรถยนต์เริ่มมีรอยแตกลายงาเล็ก ๆ บริเวณแก้มยางหรือบริเวณร่องดอกยาง ทั้งที่ไม่ได้ใช้งานหนัก ไม่ได้โดนของมีคม และไม่ได้มีอุบัติเหตุใด ๆ
คำถามคือ…
ทำไมยางถึงแตกลายงาได้ทั้งที่เพียงแค่อากาศเปลี่ยน?
เกี่ยวกับคุณภาพยางหรือไม่? หรือเกิดจากสภาพแวดล้อม?
ความจริงคือ “อากาศเย็นตอนกลางคืน” + “ความชื้นต่ำ” คือหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยางเริ่มแตกลายงาเร็วขึ้น โดยเฉพาะยางที่มีอายุการใช้งานเกิน 2–3 ปี หรือจอดกลางแจ้งบ่อย ๆ
บทความนี้จะอธิบายแบบกระชับและเข้าใจง่ายว่า เพราะเหตุใดสภาพอากาศเย็นจึงทำให้ยางเกิดรอยแตก และมีวิธีป้องกันอย่างไรให้ใช้งานได้ปลอดภัยในระยะยาวครับ
🌙❄️ 1) อากาศเย็นทำให้ “เนื้อยางหดตัวเร็ว”
ตอนกลางคืน ยางจะเย็นตัวจนมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับอากาศ
หากอุณหภูมิลดลงเร็ว เช่น จาก 30°C เหลือ 20°C ในเวลาไม่นาน
ยางจะหดตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดแรงดึงที่บริเวณหน้ายางและแก้มยาง
เมื่อยางหดตัวบ่อย ๆ ทุกคืน จะเกิดรอยแตกเล็ก ๆ ใต้ผิวเนื้อยาง ซึ่งเมื่อสะสมไปเรื่อย ๆ จะเริ่มเห็นเป็นลายงาบนพื้นผิว
ยิ่งยางอายุเยอะ → ยิ่งแตกลายงาง่าย
ยิ่งจอดกลางแจ้ง → หดตัวแรงกว่าจอดในที่ร่ม
🌫️ 2) อากาศแห้ง (ความชื้นต่ำ) ทำให้ยางสูญเสียความยืดหยุ่น
ฤดูหนาวของไทยจะมีความชื้นต่ำมากในหลายพื้นที่
ความชื้นต่ำทำให้ยาง “แห้งเร็ว” ยิ่งถ้ารถจอดตากแดดตอนกลางวันแล้วมาเจออากาศเย็นตอนกลางคืน เนื้อยางจะยิ่งสูญเสียความชื้นตามธรรมชาติ
ผลคือ:
-
ยางแข็ง
-
ยางกรอบ
-
ยางยืดหยุ่นน้อย
-
แตกลายงาง่ายมาก
สภาพนี้คล้ายกับหนังหรือยางรัดผมที่โดนลมเย็นเป่าแรง ๆ จนแห้งและเริ่มแตก
🔥❄️ 3) การสลับของ “ร้อนจัด–เย็นจัด” ทุกวัน ทำให้ยางเครียด
ยางไม่ชอบความเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบสุดขั้ว
และเมืองไทยคือพื้นที่ที่อุณหภูมิกลางวัน–กลางคืนต่างกัน 10–15°C ได้สบาย ๆ
กลางวัน: 40°C (พื้นถนนอาจ 55°C)
กลางคืน: 20–25°C
→ ความต่างอุณหภูมิ 20–30°C ใน 1 วัน
เนื้อยางต้องรับสภาพ:
-
กลางวันร้อนจนยางขยาย
-
กลางคืนเย็นจนยางหด
เหมือนถูกยืด–บีบซ้ำ ๆ
จึงทำให้ยางเสื่อมเร็วและเริ่มแตกลายงาเร็วขึ้น
🛞 4) ยางเก่า–ยางจอดนาน แตกลายงาง่ายมากในอากาศเย็น
ถ้ายางมีอายุ 3–4 ปี หรือรถจอดนิ่งนานหลายเดือน ยางจะมีแนวโน้มแตกลายงาแม้จะยังไม่หมดสภาพการใช้งาน เพราะ:
-
โครงสร้างยางเริ่มเสื่อม
-
น้ำมันในเนื้อยางระเหยไปมากขึ้น
-
เนื้อยางแข็งตัวตามอายุ
-
การหดตัวตอนกลางคืนเกิดขึ้นแรงขึ้น
ยางลักษณะนี้จะเริ่มมีรอยแตกเล็ก ๆ บริเวณแก้มยางก่อน แล้วค่อยลามไปยังหน้ายางเมื่อโดนการใช้งาน
🧊 5) การจอดรถกลางแจ้งกลางคืน = เสี่ยงแตกมากที่สุด
ถ้าคุณจอดรถกลางแจ้งในคืนที่อากาศเย็นจัด
ยางจะโดนความเย็นโดยตรงเร็วมาก ทำให้หดตัวแบบฉับพลัน
ยิ่งรถจอดทิ้งไว้หลายคืน → ยางยิ่งเริ่มแตกลายงาเร็ว
ถ้ารถจอดบนพื้นปูนเย็น หรือพื้นที่มีหมอกลงตอนเช้า
โครงสร้างยางจะยิ่งเหนื่อยกว่าเดิม
🔍 อาการที่บอกว่า “ยางเริ่มแตกลายงาเพราะอากาศเย็น”
-
แก้มยางมีรอยแตกเส้นเล็ก ๆ คล้ายใยแมงมุม
-
ร่องดอกยางมีเส้นแตกขนานกัน
-
หน้ายางแข็งมากผิดปกติ
-
ยางเสียงดังขึ้นเมื่อวิ่งเร็ว
-
ล้อยึดเกาะแย่ลงตอนเช้า
ถ้าพบรอยแตกหลายจุด หรือเริ่มลามเป็นเส้นยาว ควรตรวจสภาพยางทันที
🛠️ วิธีป้องกันยางแตกลายงาในอากาศเย็น
✔ 1) จอดรถในที่ร่มเพื่อลดการหดตัวจากความเย็น
ยางหดตัวช้าลง ทำให้ลดโอกาสแตก
✔ 2) ตรวจลมยางสม่ำเสมอ
ลมน้อยเกิน → หน้ายางบิดตัว → แตกลึกขึ้น
ลมเกิน → ความแข็งเพิ่ม → แตกง่าย
✔ 3) ไม่ควรเร่งแรงทันทีหลังสตาร์ทรถตอนเช้า
ให้ยางอุ่นตัวก่อน 3–5 นาที
✔ 4) ทำความสะอาดยางเป็นประจำ
ลดฝุ่น–คราบเคมี ที่ทำให้ยางแห้งเร็ว
✔ 5) ยางอายุเกิน 4 ปีควรตรวจทุกเดือน
โอกาสแตกลายงาจะเพิ่มขึ้นแบบชัดเจน
✔️ สรุป: อากาศเย็นตอนกลางคืนทำให้ยางแตกลายงาได้จริง
เพราะยางต้องเจอการหดตัวแรง ความชื้นต่ำ และอุณหภูมิแกว่งแบบรวดเร็ว
โดยเฉพาะในยางที่มีอายุหลายปีหรือรถที่จอดกลางแจ้ง ยางจะเริ่มเสื่อมและเกิดรอยแตกได้เร็วขึ้นมาก
แต่ด้วยการดูแลลมยาง การจอดในที่ร่ม และการอุ่นยางก่อนใช้งาน ก็ช่วยให้ยืดอายุยางและลดโอกาสเกิดรอยแตกลายงาได้อย่างมาก
ยางดี = ปลอดภัยกว่า ประหยัดกว่า และใช้งานได้ยาวนานขึ้นในทุกสภาพอากาศครับ 🛞✨
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list.

