ผู้ใช้รถจำนวนมากสังเกตเหมือนกันว่า ตอนกลางวัน—ช่วงอากาศร้อนจัดและอบอ้าว—ยางรถยนต์มักจะ “มีเสียงดังชัดเจนขึ้น” โดยเฉพาะตอนใช้ความเร็วกลางถึงสูง เช่น 60–100 กม./ชม. หรือเวลาเข้าโค้งบนพื้นถนนคอนกรีต หลายคนกังวลว่ายางเริ่มเสียหรือไม่ หรือเป็นแค่เรื่องอากาศ?
คำตอบคือ: อากาศร้อนอบอ้าวมีผลโดยตรงต่อเสียงยาง
และเป็นสาเหตุที่ทำให้เสียงดังขึ้นมากกว่าช่วงเช้าหรือช่วงกลางคืน
บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า ทำไมความร้อนจึงทำให้ยางเสียงดัง เพิ่มขึ้นอย่างไร และควรดูแลยางแบบไหนให้รถเงียบและวิ่งนุ่มขึ้นในสภาพอากาศแบบเมืองไทย
🌡️ 1) อากาศร้อนทำให้ยาง “แข็งขึ้นชั่วคราว”
ถึงแม้ความร้อนจะทำให้ยางอ่อนตัวในระดับจุลภาค
แต่ในภาพรวม “โครงสร้างหน้ายางและแก้มยาง” จะมีลักษณะแข็งขึ้นเพราะน้ำมันในเนื้อยางระเหยเร็วกว่าเดิม
ผลลัพธ์คือ:
-
หน้ายางกระแทกพื้นมากขึ้น
-
เสียงดังกว่าเดิมเมื่อวิ่งบนคอนกรีต
-
เกิดเสียง “ฮืออออ” ชัดเจนบนถนนแห้ง
ยางที่มีอายุเกิน 3–4 ปีจะเห็นอาการนี้ชัดที่สุด เพราะเนื้อยางเริ่มแข็งมากอยู่แล้ว
☀️ 2) ความร้อนจากพื้นถนนทำให้เสียงสะท้อนได้มากกว่าเดิม
พื้นถนนคอนกรีตในตอนกลางวันสามารถร้อนถึง 55–60°C
พื้นร้อนมีผลสองอย่างคือ:
✔ หน้ายางยึดเกาะแบบ “แห้งแข็ง”
เสียงเสียดทานระหว่างยาง–ถนนจึงดังขึ้น
✔ เสียงสะท้อนจากพื้นมากขึ้น
พื้นคอนกรีตเป็นพื้นผิวสะท้อนเสียง
เมื่อร้อนจัด ระยะสะท้อนจะสั้นขึ้น → เสียงเข้าห้องโดยสารมากขึ้น
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเสียงยางช่วงบ่าย “ดังเป็นพิเศษ” แม้จะใช้ยางดี ๆ ก็ตาม
🌤️ 3) ลมยางขยายตัว → หน้ายางสัมผัสถนนน้อยลง
เมื่ออุณหภูมิสูง:
-
ลมยางขึ้น 2–4 psi
-
หน้ายางแข็ง
-
พื้นสัมผัสลดลง
ผลคือยาง “ตีกลับพื้นถนนแรงขึ้น” ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นหลายระดับ เช่น:
-
เสียงหอน
-
เสียงฮัม
-
เสียงสาก ๆ เวลากินรอยต่อถนน
โดยเฉพาะในทางด่วนและถนนคอนกรีตที่มีร่องลายยาว
💨 4) อากาศร้อนอบอ้าว + ฝุ่น = ยางเสียดสีกับชั้นฝุ่นมากขึ้น
ยิ่งอากาศอบอ้าว ฝุ่นจะลอยเกาะพื้นผิวถนนและดอกยางง่าย
ฝุ่นทำให้:
-
ยางเสียดสีกับพื้นมากขึ้น
-
เกิดเสียง “ซ่า ๆ” ขณะวิ่ง
-
รถรู้สึกกระด้าง
โดยเฉพาะบนพื้นเก่าหรือพื้นซ่อมแซมเป็นช่วง ๆ
🛞 5) ยางเก่า–ยางแข็ง = เสียงดังขึ้นหลายเท่า
ยางอายุ 3–5 ปีขึ้นไปมักมีลักษณะ:
-
เนื้อยางแข็ง
-
ความยืดหยุ่นลดลง
-
ร่องดอกตื้น
-
แก้มยางขยายตัวน้อย
เมื่อเจอความร้อน
เสียงยางจะดังขึ้นแบบ “สองเท่า” เพราะโครงสร้างยางไม่ยืดหยุ่นเหมือนใหม่
🔍 สัญญาณว่าที่ดังเพราะอากาศร้อน ไม่ใช่เพราะยางเสีย
สังเกตง่าย ๆ:
-
ตอนเช้าเสียงน้อย → ตอนบ่ายเสียงดัง
-
วิ่งบนถนนมืด–เย็นเสียงเงียบ
-
ไม่มีการสั่นที่พวงมาลัย
-
ดอกยางปกติ ไม่มีปุ่มสึก
-
ลมยางสูงขึ้นมากตอนบ่าย
ถ้ามีอาการแบบนี้ 90% คือมาจาก “อากาศร้อนจัด”
🛠️ วิธีลดเสียงยางในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว
✔ 1) ตรวจลมยางตอนเช้า
อย่าลดลมตอนกลางวันเพราะลมขึ้นจากความร้อน
ถ้าปล่อยลมตอนบ่าย → ตอนเช้าลมจะ “ต่ำเกินไป”
✔ 2) ล้างดอกยาง–ล้างฝุ่นทุกสัปดาห์
ขจัดฝุ่นที่เกาะร่อง ทำให้เสียงเบาลงจริง
✔ 3) หลีกเลี่ยงวิ่งช่วง 12.00–15.00 น. ถ้าร้อนมาก
ถนนร้อนสุด → เสียงดังสุด → ยางสึกเร็วสุด
✔ 4) เพิ่มรอบเช็กยางถ้ามีอายุเกิน 3 ปี
ยางเก่าเสียงดังง่ายกว่า
การตรวจโครงสร้างและรอยแตกช่วยป้องกันปัญหาได้
✔ 5) อย่าเร่ง–เบรกแรงบนพื้นร้อน
ช่วยลดการกระแทกที่ก่อให้เกิดเสียงดังมากขึ้น
✔️ สรุป: อากาศร้อนอบอ้าวทำให้ยางเสียงดังมากขึ้น “เป็นเรื่องปกติ”
เพราะความร้อนทำให้:
-
เนื้อยางแข็ง
-
ลมยางเพิ่ม
-
พื้นถนนสะท้อนเสียง
-
ฝุ่นจับมากขึ้น
-
หน้ายางสัมผัสถนนน้อยลง
ทั้งหมดนี้รวมกันทำให้เสียงยางดังขึ้นในตอนกลางวัน
ไม่ใช่สัญญาณเสมอไปว่ายางเสีย แต่เป็นสภาพธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับยางทุกแบรนด์
การดูแลลมยางให้เหมาะสม ล้างดอกยาง และตรวจสภาพยางเป็นประจำ จะช่วยให้รถเงียบขึ้นและยางทำงานได้ดีในทุกอุณหภูมิครับ 🚗✨
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list.

