ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเป็นหนึ่งในต้นทุนหลักของการใช้รถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถเครื่องยนต์สันดาปหรือรถยนต์ไฟฟ้า หลายคนอาจไม่ทราบว่า ยางรถยนต์ มีผลโดยตรงต่ออัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน โดยเฉพาะในการใช้งานในเมืองของประเทศไทยที่มีการจราจรหนาแน่นและต้องหยุด–ออกตัวบ่อยครั้ง
ปัจจัยสำคัญคือ “แรงต้านการหมุน” ของยาง (Rolling Resistance) ซึ่งหมายถึงแรงที่เครื่องยนต์ต้องใช้เพื่อหมุนล้อให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ยางที่มีแรงต้านการหมุนสูงจะทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้พลังงานมากขึ้น ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันหรือพลังงานไฟฟ้ามากขึ้นโดยตรง
สภาพการขับขี่ในเมืองไทย เช่น รถติด ไฟแดงถี่ และความเร็วที่ไม่คงที่ ทำให้รถต้องเร่งและชะลออยู่ตลอดเวลา ยางที่ออกแบบให้ลดแรงต้านการหมุนจะช่วยลดภาระของระบบขับเคลื่อนในทุกครั้งที่ออกตัว ส่งผลให้ประหยัดพลังงานได้มากขึ้นเมื่อใช้งานต่อเนื่องในระยะยาว
แรงดันลมยางก็มีผลอย่างชัดเจน หากลมยางอ่อนเกินไป หน้ายางจะสัมผัสถนนมากขึ้น เกิดแรงเสียดทานสูง เครื่องยนต์ต้องใช้แรงมากขึ้นเพื่อขับเคลื่อนรถ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันโดยไม่รู้ตัว การรักษาแรงดันลมยางให้เหมาะสมจึงเป็นวิธีง่ายที่สุดในการช่วยลดการใช้พลังงาน
น้ำหนักและการสึกของยางก็ส่งผลเช่นกัน ยางที่สึกไม่สม่ำเสมอหรือมีความต้านทานสูงจากการตั้งศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง จะเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างยางกับถนน ทำให้ระบบขับเคลื่อนต้องทำงานหนักขึ้น ซึ่งพบได้บ่อยในสภาพถนนของประเทศไทยที่มีหลุมบ่อและพื้นผิวหลากหลาย
โดยสรุป ยางรถยนต์ มีผลต่อการประหยัดพลังงานจริง ทั้งจากการออกแบบโครงสร้าง แรงต้านการหมุน และแรงดันลมยาง การเลือกยางที่เหมาะสมและดูแลสภาพยางอย่างถูกต้อง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เพิ่มความคุ้มค่า และเหมาะกับรูปแบบการใช้งานในเมืองไทยอย่างมีประสิทธิภาพ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

