ในช่วงฤดูฝนของประเทศไทย หนึ่งในอาการอันตรายที่ผู้ขับขี่อาจเจอโดยไม่ทันตั้งตัวคือ อาการเหินน้ำ (Hydroplaning) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อยางรถยนต์ไม่สามารถรีดน้ำออกจากหน้ายางได้ทัน ทำให้ยาง “ลอย” บนชั้นน้ำบาง ๆ ระหว่างยางกับผิวถนน ผลลัพธ์คือพวงมาลัยไม่ตอบสนอง เบรกไม่อยู่ และรถสูญเสียการควบคุมชั่วขณะ
สาเหตุหลักของอาการเหินน้ำมักมาจาก น้ำขังบนถนน ความเร็วที่สูงเกินไป และดอกยางที่ตื้นหรือเสื่อมสภาพ ยิ่งฝนตกหนักหรือถนนมีร่องน้ำจากรถคันหน้า โอกาสเกิดเหินน้ำจะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือถนนที่ผิวแอสฟัลต์เรียบ เมื่อยางไม่สามารถสัมผัสผิวถนนได้เต็มที่ การควบคุมรถจะหายไปทันที
สัญญาณเตือนของอาการเหินน้ำคือ พวงมาลัยเบา รถไม่ตอบสนองต่อการเลี้ยว หรือรอบเครื่องสูงขึ้นแต่รถไม่พุ่งตาม หากเกิดสถานการณ์นี้ สิ่งสำคัญคืออย่าตกใจ หลีกเลี่ยงการเบรกหรือหักพวงมาลัยแรง ๆ ค่อย ๆ ผ่อนคันเร่ง จับพวงมาลัยให้ตรง รอให้ยางกลับมาสัมผัสพื้นถนน แล้วจึงควบคุมรถต่ออย่างนุ่มนวล
การป้องกันอาการเหินน้ำเริ่มได้จาก การเตรียมยางให้พร้อมสำหรับหน้าฝน ดอกยางต้องมีความลึกเพียงพอ ร่องรีดน้ำต้องชัดเจน และแรงดันลมยางต้องอยู่ในค่ามาตรฐาน ลมยางที่อ่อนหรือแข็งเกินไปจะลดประสิทธิภาพการรีดน้ำ และเพิ่มความเสี่ยงในการลอยบนผิวน้ำ
สุดท้าย พฤติกรรมการขับขี่คือเกราะป้องกันชั้นสำคัญ ลดความเร็วเมื่อฝนตก เว้นระยะห่างจากคันหน้า และหลีกเลี่ยงแอ่งน้ำ จะช่วยลดโอกาสเกิดเหินน้ำได้อย่างมาก เมื่อยางอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและผู้ขับขี่รู้เท่าทันความเสี่ยง การขับขี่ในหน้าฝนของประเทศไทยก็จะปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

