คำถามยอดฮิตของผู้ใช้รถในประเทศไทยคือ ยางรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่ เพราะแม้บางคันจะวิ่งไม่มาก แต่ยางกลับเสื่อมเร็วกว่าที่คาด สาเหตุสำคัญมาจากสภาพอากาศร้อนตลอดปี ซึ่งมีผลต่ออายุยางมากพอ ๆ กับระยะทางการใช้งาน
โดยทั่วไป อายุยางไม่ได้วัดจาก “กิโลเมตร” อย่างเดียว แต่รวมถึง อายุการใช้งานตามเวลา ด้วย ในอากาศร้อน เนื้อยางจะเสื่อมจากความร้อนและแสงแดด แม้รถจะจอดมากกว่าขับ ยางที่มีอายุหลายปีจะเริ่มแข็ง สูญเสียความยืดหยุ่น และให้การยึดเกาะที่ลดลงโดยไม่รู้ตัว
สัญญาณที่บอกว่ายางใกล้หมดอายุ ได้แก่ ดอกยางเริ่มแข็ง รอยแตกลายงาบริเวณแก้มยาง เสียงยางดังขึ้น และการควบคุมรถไม่นิ่งเหมือนเดิม หากพบอาการเหล่านี้ แม้ดอกยางยังไม่หมด ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนยางเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องเจอกับถนนร้อนจัดและฝนสลับร้อนบ่อยอย่างไทย
อีกปัจจัยที่มีผลคือ รูปแบบการใช้งาน รถที่ขับในเมือง รถติด ออกตัว–หยุดบ่อย หรือจอดตากแดดเป็นประจำ ยางจะเสื่อมเร็วกว่ารถที่วิ่งทางไกลต่อเนื่องบนถนนโล่ง การดูแล เช่น เช็กลมยาง สลับยาง และตั้งศูนย์ตามระยะ จะช่วยชะลอการเสื่อมและยืดอายุการใช้งานได้จริง
สุดท้าย การเปลี่ยนยางในเวลาที่เหมาะสมไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่เป็นการลงทุนด้านความปลอดภัย ยางที่พร้อมใช้งานจะให้การยึดเกาะ การควบคุม และความมั่นใจที่ดีกว่าในทุกสภาพถนน เมื่อคำนึงถึงอากาศร้อนของประเทศไทย การไม่รอให้ “ยางหมดจริง ๆ” ก่อนเปลี่ยน คือทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าเสมอ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

