รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย แต่สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทันสังเกตคือ ลักษณะการทำงานของ EV ส่งผลต่อยางรถยนต์มากกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อใช้งานในสภาพอากาศร้อนตลอดปีของไทย ทั้งน้ำหนักตัวรถและแรงบิดที่มาแบบทันที ล้วนเพิ่มภาระให้ยางอย่างชัดเจน
หนึ่งในจุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าคือ แรงบิดที่มาเร็วตั้งแต่ออกตัว แม้จะให้ความรู้สึกเร่งที่นุ่มและเงียบ แต่แรงบิดนี้จะถูกส่งลงสู่ยางโดยตรง เมื่อรวมกับพื้นถนนที่ร้อนจัด ยางต้องรับทั้งแรงเสียดทานและความร้อนพร้อมกัน หากยางเริ่มเสื่อมสภาพหรือมีแรงดันลมไม่เหมาะสม อาจทำให้ดอกยางสึกเร็วและสูญเสียการยึดเกาะได้ง่ายกว่าที่คิด
อีกปัจจัยสำคัญคือ น้ำหนักของรถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ทำให้ EV มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์เครื่องยนต์ทั่วไป ยางจึงต้องรับแรงกดสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการขับขี่ในเมือง รถติด หรือออกตัวบ่อย ๆ ในอากาศร้อน ความร้อนสะสมในยางจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่งผลต่ออายุการใช้งานของยางในระยะยาว
การดูแลยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจึงควรให้ความสำคัญกับ แรงดันลมยางที่เหมาะสมและการตรวจสภาพยางอย่างสม่ำเสมอ ยางที่ทำงานภายใต้ภาระสูงและอุณหภูมิสูง หากไม่ได้รับการดูแล จะเสื่อมเร็วกว่าการใช้งานในสภาพปกติ การสลับยางและตรวจสภาพตามระยะจึงยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น
สุดท้าย ไม่ว่ารถจะเป็นเครื่องยนต์หรือรถยนต์ไฟฟ้า ยางยังคงเป็นจุดสัมผัสเดียวระหว่างรถกับถนน การเลือกยางที่เหมาะกับสภาพอากาศร้อนของไทย และรองรับลักษณะการใช้งานของ EV จะช่วยให้การขับขี่ทั้งเงียบ นุ่ม และปลอดภัย พร้อมรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

