ในช่วงอากาศร้อนของประเทศไทย การบรรทุกสัมภาระหรือผู้โดยสารจำนวนมากเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้งานในชีวิตประจำวัน สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ น้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นจะยิ่งทวีคูณผลกระทบของความร้อนต่อยางรถยนต์ หากยางต้องรับน้ำหนักเกินขีดจำกัด พร้อมกับอุณหภูมิถนนที่สูง ความเสี่ยงจากการเสื่อมสภาพของยางจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
น้ำหนักที่มากเกินไปทำให้ โครงสร้างยางรับแรงกดตลอดเวลา เมื่อรวมกับความร้อนสะสม เนื้อยางจะยืดตัวมากขึ้น เกิดความร้อนภายในยางสูงกว่าปกติ ส่งผลให้ดอกยางสึกเร็ว แก้มยางอ่อนแรง และเพิ่มโอกาสเกิดยางบวมหรือเสียรูปในระหว่างการขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อต้องขับทางไกลหรือใช้ความเร็วต่อเนื่อง
อีกประเด็นที่สำคัญคือ แรงดันลมยางที่ไม่สอดคล้องกับน้ำหนักบรรทุก ในหน้าร้อน ลมยางจะขยายตัวอยู่แล้ว หากบรรทุกหนักแต่ไม่ได้ปรับหรือดูแลแรงดันลมให้อยู่ในค่าที่เหมาะสม ยางจะทำงานหนักเกินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงลดอายุการใช้งาน แต่ยังส่งผลต่อการควบคุมรถและระยะเบรกอีกด้วย
การใช้งานรถในหน้าร้อนจึงควรให้ความสำคัญกับ พิกัดรับน้ำหนักของยาง (Load Rating) และการบรรทุกที่เหมาะสม การกระจายน้ำหนักให้สมดุล ไม่วางของหนักกระจุกตัวด้านใดด้านหนึ่ง จะช่วยให้ยางทุกเส้นรับภาระใกล้เคียงกัน ลดความร้อนสะสม และช่วยให้การขับขี่มีเสถียรภาพมากขึ้น
การใส่ใจเรื่องน้ำหนักบรรทุกควบคู่กับการดูแลยางอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงในช่วงอากาศร้อนของไทยได้อย่างมาก ยางที่ทำงานภายใต้ภาระที่เหมาะสม จะให้ทั้งความทนทาน ความปลอดภัย และความมั่นใจในทุกการเดินทาง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

