ในสภาพอากาศของประเทศไทย การจอดรถกลางแจ้งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะในเมืองหรือพื้นที่ที่มีที่จอดจำกัด แสงแดดและรังสี UV ที่ตกกระทบยางรถยนต์โดยตรงเป็นเวลานาน สามารถเร่งการเสื่อมสภาพของเนื้อยางได้เร็วกว่าการใช้งานปกติ แม้รถจะไม่ได้ถูกขับใช้งาน ยางก็ยังคงเสื่อมจากสภาพแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบที่พบได้บ่อยคือ แก้มยางแห้ง แข็ง และเกิดรอยแตกลายงา แสงแดดและความร้อนจะทำให้เนื้อยางสูญเสียความยืดหยุ่น เมื่อยางแข็งขึ้น ความสามารถในการยึดเกาะถนนและรองรับแรงกระแทกจะลดลง โดยเฉพาะแก้มยางซึ่งเป็นส่วนที่รับแรงและมีความสำคัญต่อความปลอดภัยในการขับขี่
การจอดรถตากแดดเป็นเวลานานยังทำให้อุณหภูมิภายในยางสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากต้องเริ่มขับขี่ทันที ยางจะเข้าสู่สภาวะร้อนจัดเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดความร้อนสะสมมากขึ้นระหว่างการใช้งาน ซึ่งอาจเร่งการสึกหรอและลดอายุการใช้งานของยางโดยรวม
วิธีลดผลกระทบจากแสงแดดสามารถทำได้ไม่ยาก เช่น เลือกจอดรถในที่ร่มหรือมีหลังคา ใช้ผ้าคลุมรถในกรณีที่ต้องจอดกลางแจ้งเป็นเวลานาน หรือสลับตำแหน่งจอดรถเพื่อไม่ให้ยางเส้นเดิมรับแดดซ้ำ ๆ ตลอดเวลา การดูแลเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ช่วยชะลอการเสื่อมของเนื้อยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้าย การเลือกยางที่เหมาะกับการใช้งานในประเทศเขตร้อน และใส่ใจสภาพแวดล้อมรอบตัวรถ จะช่วยให้ยางรถยนต์พร้อมใช้งานได้ยาวนานขึ้น ทั้งในแง่สมรรถนะและความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางไกล
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

