ในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย การขับรถบน ทางด่วนหรือถนนโล่งด้วยความเร็วคงที่ ดูเหมือนเป็นการใช้งานที่ “เบา” สำหรับยาง เพราะไม่ต้องเร่ง–เบรกบ่อย แต่ในความเป็นจริง นี่คือหนึ่งในสถานการณ์ที่ยางต้องรับภาระ หนักและต่อเนื่องที่สุด โดยเฉพาะเมื่อรวมกับ อุณหภูมิพื้นถนนที่สูงจัด และการสะสมความร้อนภายในโครงยาง
พื้นผิวทางด่วนในช่วงกลางวันสามารถร้อนเกิน 50–60°C เมื่อยางหมุนต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง ความร้อนจะเกิดจาก 3 แหล่งพร้อมกัน คือ ความร้อนจากพื้นถนน ความร้อนจากการเสียรูปขณะหมุน และความร้อนจากแรงเสียดทานภายในโครงยาง หากการหมุนไม่สมดุลหรือแรงดันลมไม่เหมาะสม ความร้อนจะสะสมเร็วมากกว่าที่หลายคนคาดคิด
🌡️ ทำไมทางด่วนหน้าร้อนถึงโหดกับยาง
-
ความเร็วคงที่เป็นเวลานาน → ยางไม่มีช่วงพักจากการสะสมฮีท
-
พื้นถนนร้อนจัด → เพิ่มอุณหภูมิเริ่มต้นให้ยางตั้งแต่ยังไม่เร่ง
-
แรงดันลมเปลี่ยนตามอุณหภูมิ → ลมขึ้นกลางทาง ทำให้ฟีลยางเปลี่ยน
-
โหลดรถเต็มคัน + สัมภาระ → โครงยางรับแรงกดมากกว่าปกติ
-
แรงสั่นระดับไมโคร จากล้อไม่สมดุล → เพิ่มฮีทแบบไม่รู้สึก
อาการที่พบได้บ่อยคือ ฟีลรถเริ่ม “เบา” เมื่อวิ่งไปสักระยะ เสียงยางชัดขึ้น หรือพวงมาลัยไม่คมนิ่งเท่าช่วงแรก ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่จริงคือ สัญญาณของฮีทสะสม
🧠 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
-
คิดว่าทางด่วนโล่ง = ยางทำงานสบาย
-
มองข้ามการเช็กแรงดันลมก่อนออกเดินทาง
-
ใช้ลมยางค่าเดียวตลอดปี โดยไม่คำนึงถึงฤดู
-
ไม่ถ่วงล้อ เพราะ “รถไม่สั่น”
ทั้งหมดนี้ทำให้ยางต้องทำงานหนักขึ้นโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อน
🚗 บทบาทของยางที่เหมาะกับการวิ่งต่อเนื่องในอากาศร้อน
ยางที่เหมาะกับการวิ่งทางด่วนหน้าร้อน ควรมีคุณสมบัติ:
-
คุมการเสียรูปของ Contact Patch ให้สม่ำเสมอ
-
จัดการความร้อนได้ดี เมื่อหมุนต่อเนื่อง
-
หมุนสมูท ลดแรงสั่นสะสมระยะยาว
ยางในกลุ่ม NT555 G2 (แนวสมรรถนะ) และ NT860 (แนวทางไกล/คอมฟอร์ท) ถูกพัฒนาให้รองรับการใช้งานต่อเนื่องและช่วยคุมเสถียรภาพการหมุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการขับทางด่วนช่วงหน้าร้อนของไทย
🛠️ เช็กลิสต์ก่อนขึ้นทางด่วนช่วงหน้าร้อน
-
เช็กแรงดันลมยางตอนยางเย็น และยึดตามสเปกรถ
-
อย่าปรับลมตามความรู้สึกระหว่างทาง
-
ตรวจดูการสึกของดอกยางว่ามีบ่า/คลื่นหรือไม่
-
หากถอด–ใส่ยางหรือวิ่งทางไกลบ่อย ควร ถ่วงล้อให้สมดุล
-
หลีกเลี่ยงการบรรทุกเกินพิกัด โดยเฉพาะการเดินทางไกล
-
หากขับต่อเนื่องยาวมาก ควรมีช่วงพักให้ยางได้คลายฮีท
🎯 สรุปใจความ
-
ทางด่วนช่วงหน้าร้อนคือสภาพใช้งานที่ ยางรับภาระต่อเนื่องสูงมาก
-
ความร้อนสะสมเกิดจาก ความเร็ว + พื้นถนน + สมดุลการหมุน
-
อาการฟีลเปลี่ยนหรือเสียงเพิ่ม มักเป็นสัญญาณของฮีทสะสม ไม่ใช่เรื่องเล็ก
-
หน้าร้อนควรโฟกัสที่ แรงดันลมที่ถูกต้อง + การหมุนสมูท มากกว่าการเผื่อค่าอื่น
-
ยางที่ออกแบบมาคุมการหมุนและความร้อน จะช่วยให้การเดินทางไกลในฤดูร้อนปลอดภัยและเสถียรกว่า
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ NITTO ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://nittotire.in.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: https://nittotire.in.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: https://nittotire.in.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: https://nittotire.in.th/news/list

