หนึ่งในความเชื่อที่พบบ่อยมากคือ ถ้ายางมีเสียงดัง แปลว่ายางคุณภาพไม่ดี ซึ่งเป็นการสรุปที่ เร็วเกินไป เพราะเสียงจากยางเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ ไม่เกี่ยวกับคุณภาพการผลิตเสมอไป โดยเฉพาะบนถนนไทยที่มีพื้นผิวหลากหลายและอุณหภูมิสูง
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดเสียงยาง
-
พื้นผิวถนน – คอนกรีตหยาบ/แอสฟัลต์เม็ดใหญ่จะสร้างเสียงมากกว่าพื้นเรียบ
-
ลายดอก (Tread pattern) – ยาง Performance มักมีบล็อกดอกที่ออกแบบให้สัมผัสพื้นเยอะเพื่อคุมโค้ง/เบรก
-
แรงดันลม – ลมอ่อนเกินไปเพิ่มการเสียรูปขณะหมุน ทำให้เสียงฮัมชัดขึ้น
-
การสึกไม่สม่ำเสมอ (Uneven wear) – สึกเป็นบ่า/คลื่นจะทำให้เกิดเสียงสั่นสะสมความถี่สูง
-
การถ่วงล้อและตั้งศูนย์ – ถอดใส่แล้วไม่ถ่วงหรือศูนย์ล้อเพี้ยน จะเพิ่ม vibration ระดับไมโคร
-
ความเร็วที่ใช้งาน – ช่วง 80–120+ km/h เสียงจะถูกขยายชัดขึ้นตามแรงสั่น
แล้ว “เสียงดัง” ไม่ดีจริงไหม?
-
ไม่ดี ถ้าเสียงเกิดจาก: ลมยางอ่อน, ถ่วงล้อไม่สมดุล, ตั้งศูนย์ล้อเพี้ยน, สึกเป็นบ่า/คลื่น
-
ปกติ ถ้าเสียงเกิดจาก: คาแรกเตอร์ลายดอกที่ออกแบบ Performance, พื้นถนนหยาบ, ความเร็วสูง
แนวทางลดความเสี่ยง “เสียงดังผิดปกติ”
-
เติมลมให้ ตรงสเปกผู้ผลิตรถ
-
ถอดใส่/ซ่อม/สลับยาง → ถ่วงล้อทุกครั้ง
-
ถ้าสึกผิดปกติ → ตั้งศูนย์ล้อทันที
-
วิ่งทางด่วนบ่อย → เช็กแรงดันสม่ำเสมอ
-
ไม่บรรทุกเกิน Load Index
สรุป
-
เสียงจากยางไม่ได้บอกคุณภาพโดยตรงเสมอไป
-
เสียงดังที่ไม่ดีจริง ๆ มักมาจาก การเสียสมดุลของล้อ, แรงดันไม่ถูกต้อง, หรือการสึกผิดปกติ มากกว่า
-
ยาง NITTO ในเว็บไทยหลายรุ่น ถูกออกแบบให้บาลานซ์เสียง/ฮีท/การหมุน เพื่อถนนไทยได้ดีขึ้น ถ้าใช้งานและดูแลถูกต้องก็ยังคุ้มค่าและปลอดภัย

